ใช้ editor
เขียนโปรแกรมภาษาซีและทำการบันทึกไฟล์ต้นฉบับให้มีนามสกุลเป็น .C
จากนั้นให้คอมไพล์โปรแกรมก็จะได้ไฟล์ออบเจ็กต์โค้ดที่มีนามสกุลเป็น .OBJ
เมื่อทำการเชื่อมโยงไฟล์เข้ากับไลบรารีคำสั่งด้วย Link
ก็จะได้ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .EXE ที่พร้อมทำงานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์
editor คือ
โปรแกรมที่ใช้สำหรับการเขียนโปรแกรม โดยตัวอย่างของ editor
ที่นิยมนำมาใช้ในการเขียนโปรแกรมได้แก่ Notepad, Edit ของ Dos ,Text Pad
และ Edit Plus เป็นต้น
ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเลือกใช้โปรแกรมใดในการเรียนโปรแกรมก็ได้
แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล
ขั้นตอนที่ 2 คอมไพล์โปรแกรม (compile)
นำ source code จากขั้นตอนที่ 1
มาทำการคอมไพล์
เพื่อแปลจากภาษาซีที่มนุษย์เข้าใจไปเป็นภาษาเครื่องที่คอมพิวเตอร์เข้าใจได้
ในขั้นตอนนี้คอมไพเลอร์จะทำการตรวจสอบ source code
ว่าเกิดข้อผิดพลาดหรือไม่
• หากเกิดข้อผิดพลาด จะแจ้งให้ผู้เขียนโปรแกรมทราบ ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องกลับไปแก้ไขโปรแกรม และทำการคอมไพล์โปรแกรมใหม่อีกครั้ง
• หากไม่พบข้อผิดพลาด คอมไพเลอร์จะแปลไฟล์ source
code จากภาษาซีไปเป็นภาษาเครื่อง ( ไฟล์นามสกุล .obj) เช่นถ้าไฟล์ source
code ชื่อ work.c ก็จะถูกแปลไปเป็นไฟล์ work.obj
ซึ่งเก็บภาษาเครื่องไว้เป็นต้น
compile เป็นตัวแปล
ภาษารูปแบบหนึ่ง
มีหน้าที่หลักคือการแปลภาษาโปรแกรมที่มนุษย์เขียนขึ้นไปเป็นภาษาเครื่อง
โดยคอมไพเลอร์ของภาษาซี คือ C Compiler ซึ่งหลักการที่คอมไพเลอร์ใช้
เรียกว่า คอมไพล์ (compile)
โดยจะทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วทำการ แปลผลทีเดียว
นอกจากคอมไพเลอร์แล้ว ยังมีตัวแปลภาษาอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า อินเตอร์พรีเตอร์ การอ่านและ แปลโปรแกรมทีละบรรทัด เมื่อ
แปลผลบรรทัดหนึ่งเสร็จก็จะทำงานตามคำสั่งในบรรทัดนั้น
แล้วจึงทำการแปลผลตามคำสั่งในบรรทัดถัดไป
หลักการที่อินเตอร์พรีเตอร์ใช้เรียกว่า อินเตอร์เพรต (interpret ) ข้อดีและข้อเสียของตัวแปลภาษาทั้งสองแบบมีดังนี้
ข้อดี
|
ข้อเสีย
|
|
| คอมไพเลอร์ | • ทำงานได้เร็ว เนื่องจากทำการแปลผลทีเดียว แล้วจึงทำงานตามคำสั่งของโปรแกรมในภายหลัง • เมื่อทำการแปลผลแล้ว ในครั้งต่อไปไม่จำเป็นต้องทำการแปลผลใหม่อีก เนื่องจากภาษาเครื่องที่แปลได้จะถูกเก็บไว้ที่หน่วยความจำ สามารถเรียกใช้งานได้ทันที |
• เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับโปรแกรมจะตรวจสอบหาข้อผิดพลาดได้ยาก เพราะทำการแปลผลทีเดียวทั้งโปรแกรม |
| อินเตอร์พรีเตอร์ | • หาข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่าย เนื่องจากทำการแปลผลทีละบรรทัด • เนื่องจากทำงานทีละบรรทัดดังนั้นจึงสั่งให้โปรแกรมทำงานตามคำสั่งเฉพาะจุดที่ต้องการได้ • ไม่เสียเวลารอการแปลโปรแกรมเป็นเวลานาน |
• ช้า เนื่องจากที่ทำงานทีละบรรทัด |
การเขียนโปรแกรมภาษาซีนั้นผู้เขียนโปรแกรมไม่จำเป็นต้องเขียนคำสั่งต่าง ๆ
ขึ้นใช้งานเอง
เนื่องจากภาษาซีมีฟังก์ชั่นมาตรฐานให้ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเรียกใช้งานได้
เช่น การเขียนโปรแกรมแสดงข้อความ “Lampangkanlayanee” ออกทางหน้าจอ
ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเรียกใช้ฟังก์ชั่น printf()
ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานของภาษาซีมาใช้งานได้ โดยส่วนการประกาศ
(declaration) ของฟังก์ชั่นมาตรฐานต่าง ๆ
จะถูกจัดเก็บอยู่ในเฮดเดอร์ไฟล์แต่ละตัว แตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ภาษาเครื่องที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 จึงยังไม่สามารถนำไปใช้งานได้
แต่ต้องนำมาเชื่อมโยงเข้ากับ library ก่อน
ซึ่งผลจากการเชื่อมโยงจะทำให้ได้ executable program ( ไฟล์นามสกุล .exe
เช่น work.exe) ที่สามารถนำไปใช้งานได้
ขั้นตอนที่ 4 ประมวลผล (run)
เมื่อนำ executable program จากขั้นตอนที่ 3 มาประมวลผลก็จะได้ผลลัพธ์ (output) ของโปรแกรมออกมา ( ถ้ามี )
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น